ราคาแอร์บ้าน

อเมริกาพัฒนาแอร์ให้ประหยัดไฟได้50-90%

อเมริกาพัฒนาแอร์ประหยัดไฟ

อเมริกาพัฒนาแอร์ประหยัดไฟ


ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ ที่นักวิจัยจากห้องแล็บปฏิบัติการพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติ(NREL) ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ของแอร์ที่สามารถประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 50-90% เมื่อเทียบกับมาตรฐานของแอร์ทั่วไป

ซื่งเทคโนโลยีนี้ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีผสมระหว่างการ ทำความเย็นแบบระเหยกับสารเกลืออบแห้ง ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายความร้อนออกจากอากาศถือ ว่าเป็นการปฏิวัติการทำความเย็น ด้วยการนำคาร์บอนจำนวนล้านๆตันแยกออกจากอากาศ เป็นการทำงานร่วมระหว่างเยื่อบุ ผิวบางๆ, ตัวทำความเย็นแบบระเหยและสารที่ทำให้แห้งสนิท รวบรวมไว้ ในอุปกรณ์เดียวในสินค้าที่มีความสามารถเฉพาะ ด้วยการใช้กลไกภูมิอากาศความร้อนและความชื้น ซึ่งในบรรยากาศความชื้นจะเพิ่มน้ำในอากาศ สร้างความร้อนและความหนืดในสภาพแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้น อากาศไม่สามารถดูดซับน้ำเพียงพอที่จะคลายความเย็นออกมาความเย็นมาใน สองรูปแบบคือความเย็นเหมาะสมซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ลดลงและการทำความเย็นแฝงที่ มาจากการดึงความชื้นออกจากอากาศ การพัฒนาความเย็นแบบระเหยเนื่องจากไม่เพิ่มความชื้นในอากาศยังช่วยให้อากาศเย็นลง เนื่องจากความซับซ้อนของระบบทำความเย็นสารดูดความชื้นที่ใช้ ในอุตสาหกรรมการอบแห้งเท่านั้น การประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับติดตั้งง่ายและบำรุงรักษาเป็นสิ่งที่มีความบกพร่อง ทางการเย็นจากสารดูดความชื้นเข้ามาในเชิงพาณิชย์

ดังนั้นอุปกรณ์ของหน่วยงาน NREL ที่ใช้เป็นเยื่อบางที่ง่ายต่อกระบวนการไหลของอากาศ การดูดความชื้นและการระเหย ซึ่งจะทำให้ระบบเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นสบายและควบคุมความชื้นได้อากาศ จะเย็นและแห้งจากสภาพร้อนชื้นไปยังสภาพเย็นและแห้งทั้งหมดในขั้นตอนเดียว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีตามกระแสอากาศผ่านอากาศ DEVap ได้ทำการปรับอากาศ ผลที่ได้คือเครื่องปรับอากาศที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นได้ และเทคโนโลยี DEVap ใช้สารละลายเกลือมากกว่าทำความเย็นจึงไม่มีอันตรายต่อสภาพแวดล้อมที่ขับสาร CFC และ HCFC ออกมา(เท่าที่อ่านมาอาจจะดูงงนะครับแต่ไม่เป็นไรขอให้มันประหยัดไฟได้มากขึ้นก็เป็นพอ)

ซื่งขณะนี้ทางหน่วยงานนี้ได้ทำการจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าอีกประมาณสัก 3 ปี ประชาชนก็จะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่น่าซับซ้อนนี้ได้ แต่สำหรับประเทศไทยแล้วคงอีกนานกว่าผู้บริโภคจะได้ใช้เทคโนโลยีอันน่าทึ่งนี้ เพราะคงจะมีราคาแพงเอาการเลยทีเดียว

ขอบคุณเนื้อหาจาก คุณหนุ่ม ดิจิตอล cybernet @ thairath.co.th

Leave a comment

Your email address will not be published.




Solve : *
22 + 5 =